[CS DB1] รดา ศิริสรรพวงษ์
posted on 29 Mar 2009 22:24 by rethy04 in Cubic-School
UPDATE : 10 MAY 2009
จากโครงการโรงเรียนลูกบาศก์
@@@@@@@@@
1. ชื่อจริง / นามสกุล / (ชื่อเล่น)
รดา ศิริสรรพวงษ์ (เร)
ชื่อเล่นที่บ้านคือ รดา
2. อายุ
14
3. วันเกิด
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2537
4. เพศ (ชาย / หญิง), รสนิยมทางเพศ
เพศ : หญิง
รสนิยมทางเพศ : ชายหรือหญิงก็ได้
5. ความสูง (ซม.)
153
6. รูปพรรณสัณฐาน
รูปร่างสมส่วน ผิว 2 สี
ตาสีน้ำตาลเข้ม สายตาสั้น 850 ใส่แว่น (แว่นตากรอบสีแดงเลือดหมู แว่นสำรองกรอบสีส้ม)
ยกเว้นต้องออกงานบางครั้งจะใส่คอนแทคเลนส์ไม่มีสี หรือสี Hazel
ถ้าถอดแว่นออก ระยะการมองเห็นชัดอยู่ที่ 20 ซม.
ผมยาวถึงกลางหลัง สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ หยักศกเป็นลอนใหญ่
สามารถใช้นิ้วม้วนให้อยู่เกลียวได้ชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผม
มักจะใช้ปิ่นปักผมเกล้ากลางหัว แต่ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เจาะหูข้างขวา 5 รู ข้างซ้าย 2 รู
ถ้าไปโรงเรียนจะใส่ตุ้มหูเฉพาะรูล่างทั้งสองข้าง
ส่วนเวลาอื่นใส่ครบ
(ถ้าไม่สังเกตอาจจะไม่เห็นว่าเจาะหูเยอะเพราะผมมันจะบังๆอยู่)
รดา ตอนม.ต้น
ชุดตอนม.ปลาย ทรงผมทำเหมือนตอนอยู่ม.ต้น
7. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของตัวละคร
- เวลาปกติ เป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี ยิ้มและหัวเราะง่าย (เช่น ถึงมุกจะแป้กก็จะหัวเราะ อาจจะขำที่มุกหรือขำที่แป้กก็ได้) และมองโลกในแง่ดีถึงดีมาก
- ดูเหมือนเป็นคนเรียบร้อยและดูเป็นผู้ใหญ่ในสายตาของคนที่โตกว่าหรือคนที่ไม่ค่อยสนิท + พูดจาสุภาพ
แต่ถ้าสนิทกันจริงๆแล้วจะรู้ว่าเป็นคน...
ซุ่มซ่าม : ทำจานแตกยกโหล หกล้มหน้าระเบียงบ้านตัวเอง ขี่จักรยานสะดุดก้อนหิน ทำของหล่นแล้วเก็บแล้วก็หล่นอีก
ขี้หลงขี้ลืม : ลืมหยิบนู่นหยิบนี่เวลาต้องเดินทางหรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน ก็จะมีของที่ลืมวันละ 1 อย่างเป็นอย่างน้อยเสมอ ถ้าจะใช้การจดก็จะลืมจดบางอย่างตั้งแต่ขั้นตอนนี้เลย
ขี้เล่น : ชอบเล่นอะไรเหมือนเด็กๆ ง้องแง้งออดอ้อน(กับบางคนที่ดูแล้วว่าอ้อนได้)
หลงทิศ : หลงทางเสมอ งงว่าต้องเลี้ยวขวาหรือเลี้ยวซ้าย ต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น 1.5-2 เท่าในการไปยังจุดหมายที่ต้องการ (ยกเว้นจะมีแผนที่อยู่ในมือ)
- แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีถ้ามีเหตุจำเป็นและเร่งรัด
และจะสามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างน่าอัศจรรย์
เช่น การออกไปพูดหน้าชั้นโดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เป็นต้น
- สามารถใช้คำพูดธรรมดาให้เป็นวาจาเชือดเฉือนคนอื่นได้ โดยขึ้นอยู่กับน้ำเสียงที่ใช้พูด + การทำหน้านิ่งๆ
ซึ่งอาจเป็นแค่การล้อเล่นหรือหมายความตามนั้นจริงๆก็ได้
- อารมณ์เสียหรือเครียดได้ยาก ต้องถึงจุดพีคจริงๆเท่านั้น และหายได้ยาก
ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เช่น แก้ปัญหาบางอย่างไม่ได้หรือ ทำอะไรไม่ได้อย่างใจซักที
เมื่ออยู่ในอารมณ์นี้จะกลายเป็นคนเงียบมาก ไม่ยิ้มไม่หัวเราะ ไม่สนใจผู้คน
แต่กับคนที่สนิทด้วยจะพยายามฝืนยิ้มให้ดูเหมือนปกติ เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้และเป็นห่วง
แต่คนอื่นๆแม้จะไม่สนิทก็รู้อยู่ดีว่าอารมณ์ไม่ปกติเพราะจะมีบรรยากาศมาคุรอบๆตัวให้สังเกตเห็นได้
(กลายเป็นคนเงียบ เพราะรู้ตัวว่าจะหงุดหงิดจนสามารถพูดอะไรที่ร้ายกาจอย่างที่คาดไม่ถึงออกไปได้
ไม่อยากทำร้ายใครจึงเงียบไว้ดีกว่า แต่ก็หลุดได้ถ้ามีคนมายุ่งหรือเซ้าซี้มากๆ)
- โกรธคนอื่นได้ยากและโกรธได้ไม่นานก็ลืม
- คิดว่าการแก้ปัญหาทุกอย่างต้องเริ่มขึ้นจากตัวเอง ต้องจัดการความคิดตัวเองให้ได้ก่อน
เช่น จัดระบบความคิดใหม่ มองปัญหานั้นในมุมอื่นๆบ้าง ฯลฯ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ จึงมักใช้การปล่อยให้เวลาช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น (ไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ "ลืม")
- มักจะคิดโทษตัวเองก่อนถ้าเกิดเรื่องไม่ดี แต่มักจะยกความดีความชอบให้คนอื่นหมดถ้าเป็นเรื่องดีๆ = ถ่อมตัว
- มักจะไม่ค่อยปรึกษาใครเวลามีเรื่อง ทำให้เกิดอาการเก็บกดและซึมเศร้าเล็กน้อยจากการหมกมุ่นและจมอยู่กับความคิดเดิมๆ
-
ให้ความสำคัญกับผู้คนที่อยู่รอบตัวมากๆ
คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าตัวเอง ขี้เกรงใจ
ถ้าคนที่ตัวเองรักหรือคนสำคัญรอบๆตัวโดนทำร้าย รดาจะเจ็บแทนเป็นเท่าตัว
- เป็นผู้ฟังที่ดีและรักษาความลับเก่ง มีคนเข้ามาพูดคุยระบายให้ฟังอยู่เรื่อยๆ แล้วซักพักก็จะลืมเรื่องเหล่านั้นไปเอง เพราะฉะนั้น ความลับไม่มีวันรั่วไหลเด็ดขาด
- พร้อมและชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นเสมอ ไม่ค่อยปฏิเสธคนแม้จะรู้ว่าตัวเองจะเสียเปรียบก็ยอม = เป็นคนยอมคน เช่น มีคนขอให้ช่วยงาน ถึงจะไม่ใช่งานตัวเองและทำให้ตัวเองเสียเวลา-เสียเงินก็ไปช่วยอยู่ดี
-
แต่ถ้าตั้งใจจะมาเอาเปรียบอย่างโจ่งแจ้ง , ตั้งใจมาทำร้ายหรือประสงค์ร้าย จะไม่ยอมแน่ๆ
และบางครั้งก็จะตอบโต้กลับอย่างสาสมด้วย = เป็นคนสู้คน
เช่น คนที่ตั้งใจเข้ามาพูดจาดูถูกเยาะเย้ยก็จะพูดตอบโต้กลับไป จะไม่อยู่เฉยๆ
และการตอบโต้นั้นจะดูเป็นสุภาพชนแต่เชือดเฉือนกรีดแทงสุดขีด
สรุปลักษณะสำคัญ
- ร่าเริง ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย
- ถ่อมตัว ขี้เกรงใจ ขี้ลืม
- ให้ความสำคัญคนอื่นมากกว่าตัวเอง ชอบช่วยเหลือคนอื่น
- โกรธคนอื่นยาก หาย(ลืม)เร็ว แต่ถ้าเครียดหรือหงุดหงิดเรื่องตัวเองจะหายยาก
- เป็นคนยอมคน แต่ก็สู้นะถ้าจะมาทำร้ายกัน
8. สิ่งที่ชอบ
ดนตรี : เป็นสมาชิกวง Chorus ใน Part Alto
ช่วงเสียงอยู่ใน Mezzo Soprano แต่ชอบร้องเสียงประสานมากกว่า
(วงเก่าแบ่งเป็น Soprano , Alto , Tenor , Base ซึ่ง Soprano จะเป็น Melody และ Alto เป็นเสียงประสาน)
My Playlist :
Chill Out - Bozzanova, Jazz, Lounge music and Easy listening, Kings of Convenience
Gothic Metal - Evanescence, Kanon Wakeshima, Epica, Within Temptation, Nemesea, Theatre of Tragedy
Rockin - Linkin Park, U2, Coldplay, Red Hot Chili Pepper, The Killers, Muse, Sigur Rós
XZY - Hip-Hop, Rap, R&B, Pop
Local - Thai Pop, Thai Country
(มีอะไรที่ไม่ฟังบ้างมั้ย?-ไม่มี ฟังได้ทุกแนวจริงๆ)
เล่นดนตรีไทยได้ ได้แก่ ขิม ซอด้วง ซออู้
เล่นกีต้าร์ได้ อยากเล่นเปียโนกับไวโอลินแต่คงต้องหาโอกาสเรียนก่อน
ชอบฟังเพลงมาก ต้องมีเครื่องเล่นเพลงติดตัวตลอดเวลา โดยปกติฟังจากโทรศัพท์มือถือเพราะสะดวกดี
(ขาดเพลงเหมือนขาดใจ ลืมหนังสือเรียนยังไม่กลับไปเอา ลืมเครื่องเล่นเพลงต้องรีบแจ้นกลับไป)
เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ทั้ง Offline และ Online
กีฬา : แบดมินตัน เทนนิส เทเบิลเทนนิส ~ กีฬาที่มีการใช้แร็คเก็ต
ดอกกุหลาบสีแดง, สีชมพูอมส้ม
ดอกมะลิ , ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม แต่ถ้าหอมฉุนไม่ชอบ
ธรรมชาติ ป่าไม้ ทะเล
อาหาร : ช็อคโกแลตทุกประเภท เนื้อสัตว์ ขนมปัง ขนมเบเกอรี่
9. สิ่งที่เกลียด, กลัว
- หนอน ไส้เดือน บุ้ง กิ้งกือ ตะขาบ ทาก ปลิง งู
= สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเป็นเส้น หยุ่นๆ หรือใช้การคืบ,กระดืบเป็นการเคลื่อนที่
ปฏิกิริยาเมื่อเจอคือ นิ่ง ไม่พูดไม่จา หน้าซีด ขนลุก เข่าอ่อน หมดเรี่ยวแรง
และถ้าเกิดการสัมผัสตัวขึ้น จะมีปฏิกิริยาเหมือนเมื่อเจอ แต่ซักพักจะเป็นลม
-
กลัวการโดนเกลียดหรือโดนทอดทิ้ง
- กลัวที่แคบ เช่น ห้องเก็บของเล็กๆ ห้องเพดานต่ำ (สาเหตุจาก Spoil)
หรือรถตู้ที่หลังคาต่ำกว่าปกติและที่นั่งชิดกันเกินไป
ปฏิกิริยาคือ นิ่ง ไม่พูดไม่จา หน้าซีด หายใจไม่ค่อยออก ถ้านานเกินครึ่งชั่วโมงจะเป็นลม
10. งานอดิเรก
ฟังเพลง อ่านหนังสือ วาดรูป เล่นเกมคอมพิวเตอร์
ทำงานฝีมือ ทำอาหาร(แบบตามใจฉัน)
ถ่ายรูปธรรมชาติ,สถานที่ต่างๆ เขียนไดอารี่
11. สายการเรียน
วิทย์-คณิต
12. วิชาที่ชอบ/ไม่ชอบ
วิชาที่ชอบ
ภาษาอังกฤษ : ชอบเพราะฟังเพลงเพลงสากลมาตั้งแต่เด็ก และอยากรู้ความหมายเพลง
คอมพิวเตอร์ : ชอบใช้คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว อยากหาความรู้เพิ่มเติมด้วย
วิชาที่ไม่ชอบ
สังคม : ไม่ชอบท่องจำ ยังไม่เห็นความน่าสนุกของประวัติศาสตร์นอกจากเป็นสิ่งควรรู้
ฟิสิกส์ : ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ บางทีก็ไม่เข้าใจเลย
คณิตศาสตร์ : เหมือนฟิสิกส์
13. วิชาที่ถนัด/ไม่ถนัด
วิชาที่ถนัด
เคมี : ทั้งๆที่ไม่ชอบท่องจำ แต่จำสูตรเคมีได้แม่นและเข้าใจด้วย
ภาษาอังกฤษ : ถนัดเพราะฟังเพลงสากลมาตั้งแต่เด็ก
ภาษาไทย : รู้สึกสนุกกับหลักภาษา ชอบการใช้ภาษาไทยพอๆกับภาษาอังกฤษ
วิชาที่ไม่ถนัด
ฟิสิกส์ : รู้สึกว่าเป็นวิชาที่ซับซ้อน ไม่ค่อยเข้าใจ และเข้าใจได้ยาก
คณิตศาสตร์ : รู้สึกว่าเป็นวิชาที่ซับซ้อน ไม่ค่อยเข้าใจ และเข้าใจได้ยาก
14. คะแนนวิชาต่างๆในตอนม.3
ฟิสิกส์ 2.5
เคมี 4
ชีวะ 3.5
คณิต 3
ภาษาไทย 4
ภาษาอังกฤษ 4
สังคม 3.5
ศิลปะ 4
พละ 4
คอม 4
15. ความสามารถพิเศษในการเรียน
- ตั้งใจเรียนมาก สมาธิในการเรียนสูง ไม่มีวอกแวก ในทุกๆวิชา ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้บางวิชาสามารถทำคะแนนได้ดีทั้งที่ไม่ได้ชอบเลยสักนิด
- สามารถจดเลคเชอร์ได้อย่างครบถ้วนและเรียบร้อย อ่านเข้าใจได้ง่าย
- เล่นกีฬาได้ทุกประเภทและเล่นได้ดี
16. ลักษณะคนที่จะเป็นเพื่อนได้
เป็นคนดีและจริงใจ
จริงๆแล้วสามารถเป็นเพื่อนได้กับทุกคน เพราะจะเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาคนอื่นๆเอง
แต่คนที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทจริงๆได้มีไม่มากและไม่สามารถระบุลักษณะชัดเจนได้ แล้วแต่ถูกชะตา
17. ลักษณะคนที่ไม่ถูกชะตา
คนที่เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์ ไม่จริงใจ หน้าไหว้หลังหลอก
18. เสป็กในดวงใจ
- เป็นคนดีและจริงใจ ถ้าใส่แว่นจะพิจารณาเป็นพิเศษ
ปล.1 ชอบมองคนน่ารักๆ ถ้าเจอจะมองแบบไม่วางตาหรือมองจนเหลียวหลัง จนกว่าจะรู้สึกตัวว่าเป็นการเสียมารยาท
ถ้าได้รู้จักกันแล้วพบว่าเป็นคนน่ารักโดยนิสัยและบุคลิกด้วยจะรู้สึกว่าอยากปกป้องดูแล = ความรู้สึกของพี่สาว
ปล.2 ถึงจะชอบจนมองเหลียวหลังขนาดไหน ก็ไม่ได้หมายความว่ารดาจะชอบจนอยากเป็นมากกว่าคนรู้จักเสมอไป
19. อื่นๆ อยากเล่าอะไรเกี่ยวกับตัวละครนี้ก็บอกมาเลย
- ใช้คำว่า "คุณพ่อ-คุณแม่" ในการเรียกบิดามารดา เป็นลูกสาวคนโตของบ้าน มีน้องชาย 1 คนและน้องสาว 1 คน อยู่ระดับ ม.2 และ ป.2 ตามลำดับ คุณพ่อเป็นนักวิชาการ คุณแม่เป็นนักเทคนิคการแพทย์ ทั้งสองอยู่ในระดับหัวหน้ากลุ่มงาน งานจะยุ่งและมักต้องไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเป็นประจำ
- รดามักจะได้ช่วยงานคุณแม่บ่อยๆ ทั้งเรื่องการเตรียมเอกสาร เตรียม Presentation บางครั้งก็ได้เป็นผู้ติดตามไปยังต่างจังหวัดด้วย (ช่วงเสาร์อาทิตย์หรือปิดเทอม) คนอื่นจะคิดว่าเป็นเลขาฯให้คุณแม่ โดยไม่รู้ว่าเป็นแค่เด็กมัธยมฯ
-
บ้านอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีแต่ที่บ้านไม่ให้อยู่หอ
ต้องไปกลับนนฯ-บางขุนเทียนทุกวันที่มาเรียน
โดยต้องนั่งรถ 2 ต่อ ต่อแรกนั่งรถไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อรถตู้ไป
บางขุนเทียน
ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง
- แทนตัวเองว่า รดา
กับเพื่อนสนิทจะแทนตัวเองว่า เรา
กับพี่ที่สนิทจะแทนตัวเองว่า เร
และเรียกคนอื่นด้วย prefixฐานะ + ชื่อคนๆนั้น เช่น พี่.... ครู.... น้อง....
ถ้าไม่รู้ชื่อจะเรียกว่า คุณพี่ คุณน้อง คุณคะ
ถึงจะรู้ชื่อแล้วแต่ก็จะเรียกครูว่า คุณครู + ชื่อ อยู่ดี
ที่บ้านเรียกว่า รดา
ส่วนคนอื่นๆนอกบ้านจะบอกเค้าให้เรียกว่า เร
- มีสัมผัสที่ 6 คือ สามารถมองเห็นวิญญาณได้ ถึงมองไม่เห็นก็รับรู้ได้มีคนที่เพิ่งเสียชีวิตไม่นานมาเข้าฝันบ่อยๆ แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง จนเดี๋ยวนี้เริ่มชิน (ยกเว้นจะมาแบบน่ากลัวก็จะเลี่ยงให้ไกลที่สุด) นอกจากนั้นยังเกิดอาการ เดจา วู บ่อยมาก แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร
- มีเหตุการณ์บางอย่างในอดีต (ที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน) ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เป็นคนเก็บกดและซึมเศร้าขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัญหานั้นยังไม่ได้ถูกแก้ไขแค่ถูกทำให้"เหมือนจะลืมได้"เท่านั้น ดังนั้นพอนึกขึ้นมาได้หรือมีสิ่งกระตุ้นก็จะเข้าโหมดซึมเศร้าทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
โดยอาการของโหมดซึมเศร้า (ในขณะนี้) มีลักษณะคือ
เงียบกว่าปกติ เหม่อลอย ซุ่่มซ่ามและขี้ลืมมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว
Trigger ของโหมดซึมเศร้า
Spoil Trigger :
- ได้เห็น/ฟัง/อ่าน/รับรู้ข่าวเกี่ยวกับการข่มขืนหรือทำร้ายร่างกาย > เข้าโหมด > ลืมแล้วหาย
- เจอผู้ชายแปลกหน้าที่เจ้าชู้+ถึงเนื้อถึงตัว > หาทางเลี่ยงแบบสุภาพ > เข้าโหมด > ลืมแล้วหาย > เลี่ยงคนๆนั้นสุดชีวิตถ้าต้องเจอครั้งต่อไป
- เพื่อนหรือคนรู้จักต้องไปพบกับคนแปลกหน้า > เข้าโหมด > เพื่อนหรือคนรู้จักกลับมาอย่างปลอดภัย > หาย
- ต้องอยู่ในที่แคบๆ เช่น การหาของในห้องเก็บของเล็กๆ นั่งรถตู้หลังคาต่ำนานเกินครึ่งชั่วโมง ซึ่งปกติจะเลี่ยงรถตู้หลังคาต่ำเวลาต้องใช้บริการ > เกิดปฏิกิริยาจากความกลัวก่อน > ถ้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากได้ออกมาแล้วจะเข้าโหมด , ถ้าเกินครึ่งชั่วโมงจะเป็นลม พอฟื้นขึ้นมาจะเข้าโหมด > ลืมแล้วหาย
Spoil เหตุการณ์ในอดีต : นัดเจอเพื่อนทางอินเตอร์เนตโดยไปกับเพื่อนสนิท ตัวเองเกือบโดนข่มขืนแต่เพื่อนโดน ประมาณกลางเทอม 2 ม.3 ณ ขณะนี้เจ้าตัวจะทำเป็นลืมเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเพื่อนสนิทคนนั้นไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ไม่ได้ส่ง ผลให้กลัวผู้ชายเพราะแยกได้ว่าคนที่เจอคือคนไม่ดีเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ตอนนี้เพื่อนไม่ได้คิดมากอะไรแต่ประเด็นสำคัญคือตัวรดาเองคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนโดนทำร้าย
อาการที่แสดงว่าเป็นหนักขึ้นคือ
จะมีช่วงเวลาที่เงียบและเก็บตัวบ่อยขึ้น ไม่ร่าเริงเหมือนที่เคย
หงุดหงิดง่าย ดูเพลียๆเพราะนอนไม่ค่อยหลับ ไม่ค่อยอยากอาหาร ผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
สมาธิในการเรียนลดลง ผลการเรียนแย่ลง
ไม่มั่นใจในตัวเองและรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ความรู้สึกที่"อยากจะลืม"จะ รุนแรงขึ้นจนกลายเป็น"อยากหนี"
และอาจเป็นประเด็นสู่การคิดทำร้ายตัวเองได้ ถ้าถึงขั้นนี้แล้วจะเป็น" โรคซึมเศร้า" จริงๆ
(แต่ถ้ามีปัจจัยที่จะมาทำให้ปัญหาถูกคลี่คลายหรือว่ามี การแก้ปัญหาที่ตรง จุดมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็อาจจะไม่เป็นอย่างที่ว่ามานี้ก็ได้ค่ะ อนาคตยังเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ)
การเปลี่ยนแปลงไปสู่โรคซึมเศร้าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับว่าจะมีสิ่งมา กระตุ้นบ่อยแค่ไหน
- การที่เลือกเรียนโรงเรียนไกลบ้านก็เพราะอยากจะ ลืม-หนี จากเรื่องเก่าๆ
โดยการมาเรียนจะนั่งรถสองต่อ นั่งรถตู้จากนนทบุรีแล้วไปต่อรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอีกต่อ
จะไปถึงโรงเรียนประมาณ 7.15 น. ออกจากบ้านประมาณ 6.00 น.หรือเช้ากว่านั้นนิดหน่อย
20. สัญชาติ, เชื้อชาติ, ภาษาที่พูดได้
เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย พูดภาษาไทยได้ดี พูดภาษาอังกฤษได้ดี
นับถือศาสนาพุทธโดยทะเบียนบ้าน
โดยส่วนตัวเอนเอียงไปทางศาสนาคริสต์มากกว่าเพราะต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางใจ(?)
แต่ยังเชื่อในเรื่องบุญกรรมอยู่
@@@@@@@@@
ข้อมูลการสัมภาษณ์ : [CS MS] การสอบสัมภาษณ์
@@@@@@@@@




แก้ร้อนจ้า
เอาใจช่วยนะคะ
#1 By charoite on 2009-04-15 11:12